8 แข้งคีย์แมนกรุ๊ปเอ เอเชียนคัพ 2019


ตัวแบกความหวัง

อีกไม่กี่วันฟุตบอลเอเชียนคัพ 2019 ก็จะได้ฤกษ์เปิดฉากขึ้น


ทีมชาติไทยอยู่ในกรุ๊ปเอ มี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, บาห์เรน และ อินเดีย อยู่ร่วมกลุ่ม และนี่ก็คือ 8 นักเตะจาก 4 ชาติที่ โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย ยกให้เป็นคีย์แมนที่จะนำพาชาติของตัวเองตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบสอง

อิสเมล อัล ฮัมมาดี (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)

การที่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไม่มีชื่อของ โอมาร์ อับดุลราห์มาน ในฟุตบอลเอเชียนคัพ 2019 ก็ทำให้ดูจะลดประสิทธิภาพไปพอสมควร แต่พวกเขาก็ยังมีกองกลางฝีเท้าดีอีกหลายคนในทีม โดยเฉพาะ อิสเมล อัล ฮัมมาดี

มิดฟิดล์ร่างเล็กแต่เต็มไปด้วยความคล่องตัว ที่ครอบครองบอลได้เป็นอย่างดี เล่นบอลได้อย่างชาญฉลาด รวมไปถึงการจ่ายบอลที่ทำได้อย่างเฉียบขาด ที่สำคัญเขามีทีเด็ดจากลูกยิงไกลแถวสองที่กองกลางคู่แข่งต้องระวังให้ดี


อาลี มับคูต (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)

หนึ่งในนักเตะที่มีโอกาสลุ้นดาวซัลโวของฟุตบอลเอเชียนคัพ 2019 ครั้งนี้ก็คือ อาลี มับคูต ดาวยิงวัย 28 ปีจากสโมสรอัล จาซีร่าในลีกสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ฟอร์มล่าสุดของ อาลี มับคูต เรียกว่าร้อนแรงมากที่สุดคนหนึ่งของทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังจากยิงไป 15 ประตูในเกมลีก จากการลงสนาม 12 นัดให้กับ อัลจาซีร่า นอกจากนี้ปี 2018 ที่ผ่านมาก็ยิงให้ทีมชาติไป 9 ประตู ซึ่งเขาคือกองหน้าที่มีความครบเครื่อง และเป็นแข้งตัวความหวังของแฟนบอลยูเออีในฟุตบอลเอเชียนคัพ หนนี้


อับดุลวาฮับ อัลซาฟี (บาห์เรน)

มากันที่ทีมชาติบาห์เรน ที่ถือเป็นคู่แข่งทีมสำคัญของทีมชาติไทยในการแย่งเข้าสู่รอบสอง โดยคีย์แมนของพวกเขาคนแรกก็คือ อับดุลวาฮับ อัลซาฟี กองกลางตัวเก๋าของทีม

มิดฟิลด์ประสบการณ์สูงของทีมชาติบาห์เรน แม้ว่าสภาพความฟิตอาจจะไม่เหมือนตอนพีกๆ แต่เขาก็จะเป็นคนที่ค่อยคุมจังหวะของเกมให้กับทีม โดยเฉพาะเล่ห์เหลี่ยมในการเอาชนะคู่ต่อสู้ในแดนกลางของเขาเรียกว่าจัดจ้านเป็นอย่างมาก


ซามี อัล ฮูไซนี (บาห์เรน)

ขยับมาที่แนวรุกตัวทีเด็ดของทีมชาติบาห์เรน ที่จะเป็นคีย์แมนสำคัญของพวกเขาในศึก เอเชียนคัพ 2019 ก็คือ ซามี อัล ฮูไซนี กองหน้าจากสโมสร อีส ราฟา คลับ

ดาวยิงวัย 29 ปี ติดทีมชาติบาห์เรนมาอย่างยาวนานถึง 8 ปี ที่ในช่วง 2-3 ปีหลังสุดก้าวมาเป็นยึดตำแหน่งตัวจริง โดยจุดเด่นของ ซามี ก็คือความเร็วและความแข็งแกร่ง แถมแทคติกของเขาก็ยังแพรวพราวอีกด้วย ถือเป็นคนที่เกมรับคู่แข่งต้องตามให้ดีไม่ใช่นั้นเขาก็พร้อมจะส่งบอลเข้าไปกองใต้ก้นตาข่ายได้ทุกเมื่อ


สุนิล เซตรี (อินเดีย)

ทีมชาติอินเดียชุดนี้เต็มไปด้วยนักเตะดาวรุ่งที่ถือเป็นเจเนอเรชั่นใหม่ โดยมี สุนิล เซตรี แข้งตัวเก๋ารับบทเป็นพี่ใหญ่ของทีมชุดนี้ และนี่ก็คือคีย์แมนผู้ที่จะพาทีมชาติอินเดียลุ้นผ่านเข้าสู่รอบสองในศึก เอเชียนคัพ 2019

กองหน้าวัย 34 ปี จากสโมสร เบงกาลูรู ในลีกอินเดีย เคยผ่านประสบการณ์ไปค้าแข้งในลีกโปรตุเกสกับ สปอร์ติง ลิสบอน (ทีมสำรอง) มาแล้ว โดย สุนิล เซตรี ถือเป็นดาวยิงประสบการสูง มีจุดเด่นในเรื่องการจบสกอร์และการหาพื้นที่ว่าง นอกจากนี้ก็ยังครองบอลได้ดี และถูกรับบทบาทให้เป็นตัวเก็บบอลในแดนบนของทีม นี่จรึงเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่กองหลังคู่แข่งในสายเอ ควรต้องระวัง


อนิรุธ ฐาปา (อินเดีย)

มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 20 จากสโมสรเซนไนยิน ในลีกอินเดีย กลายเป็นนักเตะที่น่าจับตามองมากที่สุดของทีมชาติอินเดียชุดนี้ เนื่องจากปี 2018 เขากระโดดก้าวมาเป็นตัวหลักของทีม โดยเฉพาะ ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียใต้ ที่ผ่านมา

กองกลางสารพัดประโยชน์ที่เล่นได้ทั้งตัวตัดเกมและตัวทำเกม แม้ว่าจะมีรูปร่างไม่สูงใหญ่ แต่เบสิคลูกหนังของเขาจัดว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียว โดยเฉพาะการครองบอลที่ไม่ค่อยจะเสียบอลให้กับคู่แข่ง ที่สำคัญนี่คือนักเตะที่มีความฟิตสูงมากคนหนึ่งของทีมชาติอินเดียชุดนี้


ธีรศิลป์ แดงดา (ไทย)

กัปตันทีมชาติไทยชุด ถือเป็นดาวยิงตัวความหวังของแฟนบอลชาวไทยในศึกเอเชียนคัพหนนี้ สำหรับ “เทพมุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา

ดาวยิงที่ไปสร้างชื่อกับ ซานเฟรซเซ ฮิโรชิม่า ในฟุตบอลเจลีกฤดูกาลที่ผ่านมา ถือเป็นกองหน้าที่ดีที่สุดของเมืองไทยในเวลานี้ ธีรศิลป์ จะเป็นหัวใจสำคัญในแนวรุกให้กับทีม ที่เป็นทั้งตัวจบสกอร์และเก็บบอลในแดนหน้า ซึ่งเขาพร้อมที่จะผลิตสกอร์ให้กับทีมได้ทุกเมื่อ


ชนาธิป สรงกระสินธ์ (ไทย)

และนี่ก็คือนักเตะที่เป็นคนแบกความหวังของแฟนบอลชาวไทยสำหรับรายการเอเชียนคัพ 2019 สำหรับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ซุปเปอร์สตาร์จาก คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ในฟุตบอลเจลีกประเทศญี่ปุ่น

ชนาธิป สรงกระสินธ์ คือนักเตะที่ฟอร์มฮอตที่สุดของทีมชาติไทยในปี 2018 ที่ผ่านมา ความสามารถของเขาก็เป็นที่รู้กันดีของแฟนบอลชาวไทย รวมไปถึงแฟนบอลในทวีปเอเชียที่พอจะรู้จักพิษสงของ “เมสซี่เจ” เป็นอย่างดี


Powered by UFABET

ว่าที่แข้งไทยคนที่ 6 ในลีกญี่ปุ่น


จักรกฤษณ์ ลาภตะกูล

นี่คือแข้งไทยรายที่ 6 ที่กำลังจะได้โลดแล่นในประเทศที่มีลีกฟุตบอลที่แกร่งเป็นอันดับต้นๆของเอเชียอย่างญี่ปุ่น…


จักรกฤษ ลาภตระกูล ปีกลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส วัย 24 ปี ถูก โตกูชิม่า วอร์ติส ทีมในเจ 2 ประเทศญี่ปุ่น ยืมตัวไปร่วมทีมเป็นเวลา 1 ปี หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเขาคือใคร และฝีเท้าเป็นอย่างไร โฟร์โฟร์ทู ไทยแลนด์ จึงขออาสาพาคุณไปทำความรู้จักกับดาวเตะรายนี้ให้มากขึ้น


เรื่องเล่า 60 วิ

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เขาเป็นเพียงนักเตะโนเนมที่ยังไม่มีใครรู้จัก…

“แจ็ค” จักรกฤษ ลาภตระกูล เติบโตที่ประเทศฝรั่งเศสมีความคลั่งไคล้ในเกมลูกหนังตั้งแต่วัยเด็ก โดยช่วงอายุ 6 ขวบ ได้เข้าร่วมอคาเดมี่ชื่อ เซนาร์ท มัวซ์ซี่ย์(SÉNART MOISSY) ซึ่งเป็นสโมสรระดับท้องถิ่น(คล้ายกับ นนท์ ม่วงงาม ที่เริ่มต้นกับทีมท้องถิ่นอย่างลิเวอร์ดันที่ ฝรั่งเศส) และไต่เต้าขึ้นมาเรื่อยๆ เขาได้ซ้อมกับทีมสำรอง และได้ขึ้นไปเล่นกับทีมชุดใหญ่ในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตามเด็กหนุ่มวัย 20 ปี ไม่ได้ไปต่อกับทีมด้วยเหตุที่ตัวเล็กเกินไป และสโมสรต้องการนักเตะสไตล์หนักแน่นแข็งแกร่งตามแบบฉบับฟุตบอลยุโรปทำให้แจ็คต้องมองหาโอกาสครั้งใหม่เพื่อการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ โดยมีจุดหมายปลายทางคือประเทศไทย ก่อนจะหอบสตั๊ดมาเทสแข้งกับ อ่างทอง เอฟซี และได้เซ็นสัญญาในที่สุด

เขาใช้เวลาเพียงปีเดียวก็กลายเป็นกำลังสำคัญของ “นักรบรวงทองทันที” ก่อนต่อมาจะถูก “เดอะ แรบบิท” ดึงไปร่วมทัพในฤดูกาล 2018 ซึ่งด้วยฝีเท้าที่ไม่ธรรมดาทำให้เขากลายเป็นแข้งไทยคนล่าสุดที่ได้ไปเล่นในญี่ปุ่นกับ โตกูชิม่า วอร์ติส ในเจ 2 เป็นที่เรียบร้อย


เหตุผลที่ต้องรู้จักเขา

เส้นทางการเป็นนักเตะอาชีพของเขาค่อนข้างก้าวกระโดด โดยเริ่มแรกหลังเดินทางมาคัดตัวกับ อ่างทอง ทีมในลีกพระรอง เขาได้ซ้อมกับทีมหนึ่งวันก่อนลงเกมอุ่นเครื่องในวันถัดมา และได้ลงเล่นไป 45 นาที แต่ก่อนเกมจะจบลง แจ็ค ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักจากการเข้าปะทะระหว่างเกมจนกระดูกเท้าหัก นับเป็นฝันร้ายที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ อ่างทอง เอฟซี ตัดสินใจดูแลเขาอย่างดี และจับเซ็นสัญญายาว 2 ปี และทำให้เขาได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัว

เพียงปีแรกกับ “นักรบรวงทอง” แจ็ค เข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ อ่างทอง กลายเป็นทีมน่าเกรงขาม และมีลุ้นแชมป์ ยามาฮ่า ลีก วัน ในเวลานั้นภายใต้การนำของ ไรเนอร์ เมาเรอร์ น่าเสียดายที่ทีมยืนระยะไม่ไหวจนต้องพลาดการเลื่อนชั้นในช่วงโค้งสุดท้าย แต่ปีต่อมาเขายังสานต่อความยอดเยี่ยมด้วยการซัดไป 3 ประตู พร้อมพาทีมจบอันดับ 4 กระทั่ง บางกอกกล๊าส เอฟซี เล็งเห็นเพชรเม็ดงามที่เต็มไปด้วยของดีรอวันเจียระไนอย่างเขาจนดึงไปร่วมทัพในปี 2018

“ผมต้องการพิสูจน์ตัวเอง เพราะไม่อยากให้ใครคิดว่ามาจากลีกรองแล้วจะเล่นไม่ได้ ผมไม่ชอบคำดูถูก” ปีกลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส เผยถึงความมุ่งมันในวันที่ย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ของทีมดังแห่งศึกโตโยต้า ไทยลีก

แม้ช่วงแรกจะเป็นสำรองบ่อยครั้ง แต่เพียงไม่นานเขาก็จัดการระเบิดฟอร์มสุดยอดทันทีเขายิงไป 1 ประตู แอสซิสต์ 7 ครั้ง จาก 29 นัดรวมทุกรายการ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือประตูที่ยิงใส่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ทำให้ บางกอกกล๊าส ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศในศึกโตโยต้า ลีก คัพ อีกด้วยและที่ยิ่งไปกว่านั้นฝีเท้าของเขาดีวันดีคืนจนมีกระแสเรียกร้องให้ มิโลวาน ราเยวัช ลองเรียกเจ้าตัวไปร่วมซ้อมกับทีมชาติไทยมาแล้ว แม้สุดท้ายจะยังไม่เกิดขึ้น แต่ก็จัดเป็นนักเตะอนาคตไกลคนหนึ่งเลยทีเดียว


จุดแข็ง

เขาเป็นนักเตะที่มีความแข็งแกร่งมีความเร็ว และครบเครื่องทั้ง เลี้ยง ส่ง โหม่ง ยิง จุดเด่นที่สุดของเขาคือความคล่องตัวที่เขาพยายามศึกษาการเล่นของนักเตะไอดอลอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เพื่อให้ตัวเองกลายเป็นผู้เล่นที่ครบเครื่องมากขึ้น


จุดอ่อน

ความเข้าใจในทีมที่ต้องประสานงานกับผู้เล่นคนอื่นๆอาจเป็นสิ่งที่เขายังต้องปรับตัวอีกนิดหน่อยเพื่อโอกาสในการพัฒนาฝีเท้าของเขาเอง


รู้หรือไม่

เดิมทีเราเกือบได้รู้จักกับ จักรกฤษ ลาภตระกูล ในฐานะนักเตะอาชีพของ บีอีซี เทโรศาสน เพราะครั้งแรกที่เขาเดินทางมาเมืองไทย แจ็ค ตัดสินใจหิ้วสตั๊ดไปทดสอบฝีเท้ากับ “มังกรไฟ” ช่วงปี 2016 ซึ่งสโมสรตกลงที่จะเซ็นสัญญากับเขา ทว่าต่อมากลับมีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายในสโมสรทำให้ดีลครั้งนั้นล่มลงไป ก่อนที่แจ็คจะกลายเป็นนักเตะของ อ่างทอง เอฟซี ในเวลาต่อมา


ติดตามตอนต่อไป

แม้จะเป็นเจลีก 2 แต่ขึ้นชื่อว่าลีกอาชีพไม่มีอะไรง่าย นี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของเขาที่ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ดังเช่นที่ ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน, ชนาธิป สรงกระสินธ์ เคยทำให้แฟนบอลไทย และญี่ปุ่นเห็นมาแล้วว่านักเตะไทยก็สามารถเล่นในลีกชั้นนำอย่างเจลีกได้ไม่น้อยหน้าชาติใดในโลก


Powered by UFABET

วันที่ บาร์เซโลน่า มองข้าม มูรินโญ่ และเลือก กวาร์ดิโอล่า


ทางแยกประวัติศาสตร์

สารคดี ‘Take the ball,pass the ball’ ที่เจาะลึกไปถึงความสำเร็จของทีมต่างดาวสมัยนำทัพโดย เป็บ กวาดิโอล่า พร้อมได้เปิดเผยถึงสาเหตุสำคัญที่ บาร์เซโลน่าตัดสินใจเลือก เป็บ แทนที่จะเป็น โช่เซ่ มูรินโญ่ ขึ้นมาคุมทัพในปี 2008


กุนซือชาวโปรตุเกสที่ตอนนั้นเพิ่งโดนปลดจากเชลซี เคยเป็นตัวเลือกสำคัญที่จะขึ้นมาเป็นนายใหญ่ในถิ่น คัมป์ นู ในช่วงเวลานั้นจากการสนับสนุนของทีมงานบาร์เซโลน่าหลายคน

“มันเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากมากๆ มีหลายเสียงยืนยันว่าอยากได้ มูรินโญ่ขึ้นมาคุมทีม ทำให้เกิดการถกเถียงกันอย่างหนักในที่ประชุมวันนั้น” โจน ลาปอร์ต้า นึกย้อน

“สี่จากห้าคนของบอร์ดบริหารยืนยันว่าต้องการให้ มูรินโญ่ ขึ้นมาคุมทีมบาร์เซโลน่า เพราะพวกเขาต้องการโค้ชที่ใช้งานได้เลย และได้ตกลงกับท่านประธานสโมสรในการประชุมที่ บิโก เรียบร้อยแล้ว” มาร์ก อิงลา หนึ่งในบอร์ดบริหารในช่วงเวลานั้น ได้เปิดเผยผ่านทางสารคดีว่า

“ช่วงนั้น มูรินโญ่ กำลังมาแรงมากกับทีม เชลซี และกำลังอยู่ในช่วงว่างงานพอดี ซึ่งเขานำแผนการเล่นแบบ 4-3-3 มาพร้อมการอธิบายแผนการเล่นต่างๆให้ลูกทีมผ่านโปรแกรม power point ซึ่งช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจแผนการเล่นต่างๆได้ง่ายขึ้น”

“ผมมั่นใจว่าหากเขาย้ายมาคุมทัพ บาร์เซโลน่า เขาจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน” อิงลา เน้นย้ำนอกจากนี้ มูรินโญ่ ยังเป็นที่จดจำของบรรดาดาวรุ่งหลายคนในถิ่น คัมป์ นู จากที่เจ้าตัวเคยเป็นหนึ่งในสต๊าฟโค้ชของ บาร์เซโลน่า ซึ่ง ชาบี เฮอร์นันเดซ ได้เปิดเผยในเรื่องนี้ว่า

“มูรินโญ่คือคนที่ให้การช่วยเหลือบรรดานักเตะดาวรุ่งเป็นอย่างมาก มีหลายครั้งทีเดียว ที่ หลุยส์ ฟานกัล ได้ให้เขามารับหน้าที่คุม บาร์เซโลน่า บี ในช่วงการฝึกซ้อม”

“เขาเข้ามาคุมการฝึกซ้อมแทบทุกอย่าง ทั้งการครองบอล การเลี้ยงบอล หรือการยืนตำแหน่งต่างๆ มูรินโญ่จะเข้ามาดูแลเราตลอดการฝึกซ้อม”

วิคตอร์ บัลเดส อดีตนายด่านของบาร์เซโลน่า ที่เคยพ่ายให้กับ มูรินโญ่ แบบ เฮด ทู เฮด สมัยที่คุมทีมอินเตอร์ มิลาน ในศึก ยุฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก เมื่อปี 2010 ได้ให้ข้อมูลเสริมอดีตเพื่อนร่วมทีมของเขาว่า

“ในช่วงที่ผมอยู่ในทีมเยาวชน มูรินโญ่จะเข้ามาพร้อมกับการปลุกเร้าแรงบรรดาลใจของเราให้ลุกโชนมากว่าเดิม ด้วยคอนเซบจากพื้นฐานของฟุตบอล” แต่ทันทีที่ คำพูดของ โยฮัน ครัฟฟ์ ที่ได้ออกมายืนยันว่า คนที่จะขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีมของ บาร์เซโลน่า ต้องชื่อ เป็บ กวาดิโอล่า เท่านั้น ทุกอย่างก็เป็นอันสิ้นสุด

“เรามีคนที่เหมาะสมอยู่แล้วจากทีมเยาวชน และเราต้องมอบหน้าที่นี้ให้กับเขา” ครัฟฟ์ เน้นย้ำ โจน ลาปอร์ต้า ยอมรับว่าสำหรับชาวบาร์เซโลน่า พวกเขาให้เกียรติความเห็นของ ครัฟฟ์ เป็นอย่างมาก และเมื่อ ครัฟฟ์ เสนอชื่อ กวาดิโอล่า เขาจึงถามกับ ครัฟฟ์ ว่า แล้ว เป็บ พร้อมเข้ารับตำแหน่งหรือไม่ คำตอบที่ได้จากตำนานกุนซือชาวดัทซ์ ในวันนั้นคือ “พร้อม”

“ต่อมา จอร์จ เมนเดส เอเยนต์ของ มูรินโญ่ ก็โทรเข้ามา” ลาปอร์ต้า นึกย้อน “พวกเขาถามผมว่า” ‘ตกลงคุณจะให้ มูรินโญ่ เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมของ บาร์เซโลน่า หรือไม่?’ ผมจึงตอบเขาไปว่า “ไม่แล้วละ จอร์จ พวกเราตกลงเลือก เป็บ กวาดิโอล่า” หลังจากนั้น เมื่อผมได้พบกับ เป็บ ผมจึงคุยกับเขาว่า “ฟังนะ เป็บ พวกเราตัดสินใจว่าจะเลือกคุณให้ขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีม บาร์เซโลน่า ชุดใหญ่ แต่หากคุณทำผลงานได้ไม่ดีแล้วละก็” ผมพูดยังไม่ทันจบ เป็บ ก็พูดสวนแบบติดตลกขึ้นมาว่า “ไม่ต้องห่วงหรอกเจ้านาย หากคุณให้โอกาสผม ผมจะพาทีมคว้าทุกแชมป์ที่คุณอยากได้มาที่นี้เอง”

หลังจากนั้น ตำนานผุ้จัดการทีม ของ เป็บ กวาดิโอล่า ก็ได้เริ่มต้นขึ้นนับแต่นั้นเป็นต้นมา และเป็นการโชว์ให้เห็นถึง วิสัยทัศน์อันยอดเยี่ยมอีกครั้งของปรมาจารย์อย่าง โยฮัน ครัฟฟ์ ที่เป็นคนตัดสินใจให้โอกาสกับ เป็บ จนก้าวขึ้นมายิ่งใหญ่ได้จนถึงทุกวันนี้

เพราะหากวันนั้นบรรดาผู้บริหาร บาร์เซโลน่า ตัดสินใจเลือก มูรินโญ่ เราอาจไม่มีโอกาสได้เห็นทั้งนักเตะต่างดาวอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ และ ยอดโค้ช อย่าง เป็บ กวาดิโอล่า ภายใต้ถิ่น คัมป์ นู เลยก็เป็นได้


Powered by UFABET

5 นักเตะ จาก 5 ตำแหน่ง ที่ผีแดงต้องรีบซื้อ


ไม่ไหวแล้วซื้อเถอะ

นี่คือ 5 นักเตะ จาก 5 ตำแหน่ง ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ควรจะซื้อมาร่วมทีมโดยเร็วที่สุด เพื่อดึงสถานการณ์ของทีมให้กับมาสู่เส้นทางที่เหมาะสมอีกครั้ง


ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดล่าสุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปพ่ายให้กับลิเวอร์พูล 1-3 ชนิดที่รูปเกมสู้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ก็ยิ่งทำให้เราเห็นได้ว่า ทัพปีศาจแดงในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ทีมที่น่าเกรงขาม และไม่ใช่ทีมลุ้นแชมป์ลีกอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ทัพปีศาจแดงก็ยังเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ พวกเขามีเงินทุนหนาพอที่จะทุ่มเพื่อซื้อนักเตะมาร่วมทีมได้ เพราะฉะนั้นแล้ว พวกเขาควรจะเสริมนักเตะเข้ามาโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ทีมของพวกเขากลับมาสู่สภาพที่ควรอีกครั้ง

และนี่ก็คือ 5 นักเตะ จาก 5 ตำแหน่ง ที่เราอยากแนะนำให้แมนฯ ยูไนเต็ดเสริมทัพ เพื่อที่พวกเขาจะได้กลับมาเป็นทีมที่น่าเกรงขามอีกครั้ง


เซนเตอร์แบ็ค : คาลิดู คูลีบาลี่ (นาโปลี)

แม้แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีกองหลังอยู่ในทีมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โรโฮ, สมอลลิ่ง, โจนส์, ลินเดเลิฟ และไบญี่ แต่ทว่าทั้ง 5 คน ก็ถูกแฟนบอลปีศาจแดงมองว่า ยังไม่ดีพอที่จะเป็นตัวหลักให้กับทีมได้เลย และสถิติการเสีย 29 ประตู จาก 17 เกมลีก ก็เป็นข้อพิสูจน์ถึงความปวกเปียกในแผงหลังของพวกเขาได้เป็นอย่างดี

ฉะนั้นแล้ว เราจึงมองว่าพวกเขาควรเสริมเซนเตอร์แบ็คเข้ามาร่วมทีมก่อน และคนที่เหมาะสมที่สุดก็คงจะเป็นคูลีบาลี่ ปราการหลังสุดแกร่งของนาโปลี โดยไบญี่มีค่าเฉลี่ยการเข้าปะทำสำเร็จในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก สูงถึง 2.5 ครั้ง/เกม นอกจากนี้ ปราการหลังทีมชาติเซเนกัลยังเป็นนักเตะที่แย่งบอลได้มากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของเซเรีย อา และหากนับเฉพาะกองหลัง เขาก็เป็นอันดับ 1

อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด คงไม่ได้ตัวเขามาง่ายๆ แน่ เพราะคูลิบาลี่นั้นตกเป็นข่าวกับหลายๆ ทีมชั้นนำในยุโรป ที่สำคัญคือ ออเรลิโอ เด ลอเรนติส คงไม่ยอมปล่อยกองหลังวัย 27 ปี ไปง่ายๆ แน่ หากไม่ได้ค่าตัวที่เหมาะสม

ตัวเลือกสำรอง : โทบี้ อัลเดอไวเรลด์ (สเปอร์ส)


แบ็คขวา : อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ (โรม่า)

จริงอยู่ที่แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีดีโอโก้ ดาล็อท ในตำแหน่งนี้ แต่เขาก็เพิ่งจะมีอายุ 19 ปี และยังต้องใช้เวลาเสริมกระดูกให้ตัวเองอีกพอสมควร ขณะที่อันโตนิโอ วาเลนเซีย ก็ไม่ใช่ฟูลแบ็คธรรมชาติ รวมถึงกำลังเข้าสู่บั้นปลายอาชีพแล้ว เพราะฉะนั้น ทัพปีศาจแดงก็ควรจะเสริมแบ็คขวามาร่วมทีม

แม้มีข่าวมาว่าดานี่ อัลเวส อยากมาลงเล่นในพรีเมียร์ลีก แต่เขาก็ดูจะมีอายุมากเกินไปแล้ว ขณะที่คีแรน ทริปเปียร์ ก็คงจะมีราคาสูงลิบแน่นอน หากแมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการจะดึงตัวมา เพราะฉะนั้น เราจึงมองว่าตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดก็คงจะเป็นอเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ ดาวเตะจากโรม่า

ฟลอเรนซี่ถือเป็นฟูลแบ็คชั้นยอดของเซเรีย อา โดยเจ้าตัวมีครบทั้งความรวดเร็ว การเติมเกมที่ยอดเยี่ยม เข้าปะทะได้ดี อีกทั้งยังมีทีเด็ดจากลูกยิงไกลอีกด้วย ฉะนั้นหากเขาย้ายมาโอลด์ แทรฟฟอร์ด ดาวเตะรายนี้ก็คงจะช่วยเพิ่มชีวิตชีวาให้กับการเติมเกมรุกของฟูลแบ็ค รวมถึงเพิ่มความแข็งแกร่งในเกมรับได้เป็นอย่างดี

แต่การดึงตัวฟลอเรนซี่มาก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน เพราะเจ้าตัวอยู่กับโรม่ามาตั้งแต่อายุ 11 ปี เขามีความผูกพันกับทีมมาก อย่างไรก็ตาม การที่ทีมร้างความสำเร็จ และการที่ทีมกำลังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ ก็อาจจะทำให้ดาวเตะทีมชาติอิตาลี ตัดสินใจอำลากรุงโรม มาอยู่ที่แมนเชสเตอร์ก็เป็นได้

ตัวเลือกสำรอง : อารอน วาน-บิสซาก้า (คริสตัล พาเลซ)


กองกลางตัวรับ : มาร์เซโล โบรโซวิช (อินเตอร์ มิลาน)

ในฤดูกาลที่แล้ว เนมันย่า มาติช ถือเป็นหนึ่งในคนที่ทำผลงานได้ดีที่สุดกับแมนฯ ยูไนเต็ด เขาเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เกมรับของทีมเสียประตูน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีก แต่ในฤดูกาลนี้ เจ้าตัวกลับทำผลงานได้ไม่เหมือนเคย มิดฟิลด์ชาวเซิร์บดูเฉื่อยชาลงไปมาก และมันอาจจะถึงเวลาแล้ว ที่ทัพปีศาจแดงต้องหาคนมาแทน

และตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดที่จะมาแทนมาติชในสายตาของเราก็คือ มาร์เซโล โบรโซวิช มิดฟิลด์ของอินเตอร์ มิลาน เพราะเจ้าตัวเป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่มีเทคนิคดีทีเดียว เขามีสถิติจ่ายบอลสำเร็จในเซเรีย อา สูงถึง 89.4 % นอกจากนี้ยังมีค่าเฉลี่ยเข้าปะทะสำเร็จอยู่ที่ 3.2 ครั้ง/เกม รวมถึงเป็นเจ้าของสถิติแย่งบอลได้มากที่สุดในเซเรีย อา ฤดูกาลนี้ด้วย ที่สำคัญคือ มิดฟิลด์ชาวโครแอตรายนี้มีทีเด็ดจากลูกเซ็ตพีช และการยิงไกลด้วย

ทั้งนี้ แมนฯ ยูอาจจะต้องทุ่มเงินมากพอสมควรเพื่อคว้าตัวกองกลางวัย 26 ปีรายนี้มาร่วมทีม เพราะเขาถือเป็นนักเตะคนสำคัญของทัพงูใหญ่ และสปัลเล็ตติ ก็คงจะไม่อยากเสียโบรโซวิชไปแน่

ตัวเลือกสำรอง : อับดุลลาย ดูกูเร่ (วัตฟอร์ด)


ปีกขวา : วิลฟรีด ซาฮา (คริสตัล พาเลซ)

หากใครที่ได้ดูแมนฯ ยูไนเต็ด เล่นบ่อยๆ จะรู้สึกได้ว่า พวกเขามักจะขึ้นเกมรุกทางกราบซ้ายของตัวเองเป็นส่วนใหญ่ และนั่นก็ทำให้พวกเขาขาดประสิทธิภาพในการเปิดเกมรุกทางกราบขวาของทีม ซึ่งมันส่งผลให้ทีมเล่นเกมรุกได้ไม่ดีเท่าที่ควร ขณะที่นักเตะที่เล่นเกมริมเส้นได้ดีอย่างอเล็กซิส ซานเชส, อองโตนี่ มาร์กซิยาล รวมถึงมาร์คัส แรชฟอร์ด ก็ดูจะถนัดการเล่นทางฝั่งซ้ายมากกว่า ทำให้ทัพปีศาจแดง ควรจะเสริมปีกขวามาร่วมทีมให้ได้

และในปัจจุบัน ที่ผู้เล่นในตำแหน่งปีกต้องไม่ใช่แค่เพียงลากบอลไปเปิดเท่านั้น พวกเขาต้องขยับเข้ามาเล่นเกมรุกในกรอบเขตโทษได้ดี รวมถึงจบสกอร์ได้ด้วย ก็ทำให้เรามองว่า ซาฮา คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทีม และน่าจะช่วยเพิ่มมิติเกมรุกให้ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก 13 สมัย ได้เป็นอย่างดี

แม้ซาฮาจะไม่มีประสบการณ์ในเกมระดับยุโรป แต่เขาก็ทดแทนมันด้วยประสบการณ์ที่มากมายในพรีเมียร์ลีก ดาวเตะชาวไอวอเรี่ยนอาจจะลงเล่นให้ทีมโซนท้ายตารางอย่างคริสตัล พาเลซ แต่เจ้าตัวก็มีสถิติที่ดูดีทีเดียวโดยเฉพาะเรื่องของการเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่ง ซึ่งทำได้เฉลี่ยเกมละ 2.6 ครั้ง มากกว่านักเตะในแนวรุกทุกคนของแมนฯ ยูไนเต็ด นอกจากนี้ เจ้าตัวยังโยกไปเล่นทางกราบซ้าย หรือเล่นกองหน้าตัวเป้าได้

สำหรับซาฮา แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะมีโอกาสดีทีเดียวที่จะคว้าเขาไปร่วมทีม เพราะซาฮาน่าจะต้องการลงเล่นให้กับทีมที่ใหญ่ขึ้น และได้สัมผัสเกมสโมสรยุโรป ที่สำคัญคือ เจ้าตัวน่าจะอยากพิสูจน์ตัวเองในโอลด์ แทรฟฟอร์ด อีกครั้ง หลังแทบไม่ได้รับโอกาสเลย ตอนย้ายไปอยู่กับทัพปีศาจแดงเมื่อปี 2013

ตัวเลือกสำรอง : ไรอัน เฟรเซอร์ (บอร์นมัธ)


กองหน้า : เมาโร อิคาร์ดี้ (อินเตอร์ มิลาน)

แม้ในฤดูกาลแรก ลูกากูจะทำผลงานได้ไม่เลวนัก แต่เจ้าตัวก็ยังถูกวิจารณ์มาโดยตลอด จนมาฤดูกาลนี้ ฟอร์มการเล่นที่ตกต่ำลงไปก็ยิ่งทำให้ดาวยิงทีมชาติเบลเยี่ยมรายนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะเรื่องการหาตำแหน่งในเกมรุก และการสัมผัสบอลแรกที่เข้าขั้นแย่ และนั่นก็ทำให้แฟนบอลเรด เดวิลส์ หลายๆ คน เริ่มอยากให้ทีมนำเข้ากองหน้าตัวใหม่มา

ซึ่งบรรดากองหน้าระดับท็อปของโลกในปัจจุบัน ต่างก็อยู่ในทีมระดับท็อปของยุโรปหมดแล้ว เว้นก็เพียงแต่เมาโร อิคาร์ดี้ ของอินเตอร์ มิลาน ( ขอโทษแฟนบอลเนรัซซูรี่มา ณ ที่นี่ด้วยนะ ที่เราไม่ได้มองทีมรักของคุณเป็นทีมระดับท็อปในปัจจุบัน) เท่านั้น ที่ทัพปีศาจแดงมีโอกาสจะดึงตัวเขามาร่วมทีมได้

โดยตลอด 4 ฤดูกาลที่ผ่านมา อิคาร์ดี้ไม่เคยยิงประตูให้ทีมน้อยกว่า 15 ลูก ส่วนในฤดูกาลนี้ ดาวยิงทีมชาติอาร์เจนติน่าก็ทำไปแล้ว 13 ประตู จากการลงเล่น 19 เกมทุกรายการ และเพิ่งจะคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของเซเรีย อา ไปหมาดๆ ด้วย

แต่การคว้าตัวอิคาร์ดี้นั้นคงไม่ง่ายแน่ เพราะดาวยิงฟ้าขาวรายนี้ตกเป็นข่าวกับสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างเรอัล มาดริด มาโดยตลอด เพราะฉะนั้นแมนฯ ยูไนเต็ด คงต้องรีบดำเนินการในตลาดซื้อขายให้เร็วที่สุด หากอยากได้หัวหอกวัย 25 ปีรายนี้มาร่วมทีม

ตัวเลือกสำรอง : อังเดร ซิลวา (เซบีญ่า/เอซี มิลาน)


Powered by UFABET

0

สมัคร UFABET ดีที่สุดในเอเชีย คืนยอดเสีย 5% ทุกสิ้นเดือน